วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552 จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก
“บ้านเราขายเป็นกิโล ขายเป็นหวี แต่ที่ญี่ปุ่นเขาจะขายเป็นลูก อย่างมังคุดลูกละ 220 เยน กล้วยหอมทองลูกละ 320 เยน คิดเป็นเงินไทยลูกละเกือบร้อย แล้วคนญี่ปุ่นชอบผลไม้ไทยมาก ขณะที่การนำเข้าผลไม้ประเทศเขาค่อยข้างลำบาก เพราะการเข้มงวดในการตรวจสอบ
“ทำไมเราไม่ทำตลาดท่องเที่ยวเชิงเกษตรล่ะ พาเที่ยวสวนผลไม้ เน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือได้ทั้งเงินตราเข้าประเทศและการได้ทานผลไม้สด ๆ จากสวน ถ้าเขารู้ว่าตรงไหนดีน่าสนใจก็จะบอกกันปากต่อปาก เพราะคนญี่ปุ่นการสื่อสารเขาเร็วมาก ยิ่งตอนนี้รัฐมนตรีเกษตรและรัฐมนตรีท่องเที่ยวมาจากพรรคเดียวกันก็น่าจะง่ายในเรื่องการประสานงานด้านนโยบาย”
ความเห็นของ”พิมใจ มัตสึโมโต” กรรมการผู้จัดการบริษัท พี.เค.สยาม จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกผักและผลไม้ไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นเผยถึงแนวทางการแก้วิกฤติการท่องเที่ยวไทยที่อยู่ภาวะซบเซาอย่างต่อเนื่อง หลังจากเกิดเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบนับตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา
ทีมงาน”ท่องโลกเกษตร”มีโอกาสสนทนากับผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)”สรรเสริญ เงารังษี”ถึงความเป็นไปได้ในประเด็นดังกล่าว โดยยอมรับว่า จากข้อมูลตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยในปี 2550 ที่ผ่านมาพบว่า เป็นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจำนวน 1,248,700 คน มากเป็นอันดับ 2 ของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศทั้งหมดที่เดินทางมาประเทศไทยและยังทำรายได้เข้าสู่ประเทศสูงถึง 42,545.88 ล้านบาท
ดังนั้นททท.จึงให้ความสำคัญต่อการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวในกลุ่มต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ด้าน ตามนโยบายของฯพณฯวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวฯและผู้บริหารระดับสูงของททท.
“จากการที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมงาน จาต้า เวิลด์ เทรเวล แฟร์ 2008(JATA World Traval Fair 2008) ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นที่ผ่านมา ทางททท.ได้จัดให้มีการพบปะกับสื่อมวลชนญี่ปุ่นเพื่อให้ข้อมูลและสร้างความมั่นใจต่อความพร้อมของประเทศไทยในการต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น”
ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออกย้ำด้วยว่านอกจากนั้นแล้วยังได้ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมสำคัญต่าง ๆ ในปี 2552 โดยเฉพาะการเปิดตัวปี Visit Thailand Year 2009 ในวันที่ 8 ตุลาคม 2551ที่จะถึงนี้ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งททท.ได้เชิญผู้ประกอบการนำเที่ยวและสื่อมวลชนจากทุกภูมิภาคทั่วโลกเข้าร่วมงานอีกด้วย โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดหลักที่สำคัญของประเทศไทย
สอดรับมุมมองของ”จรัญ อ้นมี” ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวประจำโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นที่ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้เป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะการพานักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเที่ยวชมสวนผลไม้ ได้รับประทานผลไม้สด ๆ จากสวน รวมถึงชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ดั้งเดิมของคนไทย โดยอาจจะเน้นพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯก่อนเพื่อสะดวกในเรื่องของการเดินทาง
“ตอนนี้กำลังเตรียมแผนงานกันอยู่ว่าจะใช้เส้นทางไหนบ้าง แต่คงไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาเที่ยวช่วงสั้น ๆ 3-5 วัน เบื้องต้นน่าจะเป็นแถวจังหวัดทางภาคตะวันออก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี เพราะมีสวนผลไม้เยอะแล้งก็ใกล้พัทยาด้วย หรือไม่ก็มาทางแถบราชบุรี เพชรบุรี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมทองส่งไปขายญี่ปุ่น ช่วงแรกอาจจะร่วมกับทางสำนักงานกรุงเทพฯเพื่อเป็นการนำร่องก่อน”จรัญเผย
ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวประจำโอซาก้า ยอมรับว่าแม้สถานที่ท่องเที่ยวบ้านเราจะได้รับความนิยมจากชาวญี่ปุ่น แต่สิ่งที่พวกเขากังวลก็คือในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งถ้าสามารถขจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปได้ เพิ่มความมั่นใจให้กับพวกเขาเชื่อว่าคนญี่ปุ่นจะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น
“คนญี่ปุ่นชอบความสะดวกสบาย แพงไม่ว่าแต่ขอให้สะดวกสบาย มีความปลอดภัยสูง ผลไม้ก็ต้องปลอดสารเคมี คนญี่ปุ่นจะให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพมาก ถ้าเราทำในสิ่งเหล่านี้ได้ การเชิญชวนให้คนญี่ญี่ปุ่นมาเที่ยวไทยก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะคนญี่ปุ่นชอบเมืองไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว”จรัญกล่าวย้ำ
ด้าน เยียรยง ไชยรัตน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวสำนักงานกรุงเทพมหานคร ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพฯและ 5 จังหวัดในเขตปริมณฑลกล่าวเสริมว่า พื้นที่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลนั้นมีความเหมาะสมสำหรับใช้เป็นโครงการนำร่องท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเชิงวัฒนธรรม อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้เดินทางมาเที่ยวในช่วงเวลาสั้น ๆ 3-5 วัน โดย 1-2 วันแรกจะเที่ยวชมสถานที่สำคัญ ๆ ในกรุงเทพฯ ก่อนจะพาไปสัมผัส ลิ้มรสชาติผลไม้สด ๆ จากสวนในช่วง 1-2 วันสุดท้ายก่อนกลับ ซึ่งมีอยู่มากมายใกล้กรุงเทพฯหรือไม่ก็ชมวิถีชีวิตคนริมน้ำเจ้าพระยา สัมผัสแสงระยิบระยับของหิ้งห้อยยามค่ำคืน เป็นต้น
นับเป็นอีกก้าวของการท่องเที่ยวไทยที่แปลงวิกฤติเป็นโอกาส ด้วยการดึงนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นให้เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยเพิ่มขึ้น โดยการชูแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อให้พากเขาได้รับรู้ถึงต้นน้ำภาคการผลิตก่อนถึงมือผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น ที่ปัจจุบันผลไม้ไทยได้รับการต้อนรับจากชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก
******************************
บายไลน์ – สุรัตน์ อัตตะ